ความจำเป็นในการใช้ (Dos) ยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันบทบาทของมันจะเริ่มลดลงไปมากหลังจาก Windows เริ่มมีความสมบูรณ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ชนิด ที่ไม่ต้องพึ่งดอสเลย แต่ถ้าเมื่อไรเครื่องของคุณยังไม่มี Windows หรือเข้าไปใช้งาน Windows ไม่ได้ คำสั่งดอสก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้คำสั่งดอสจะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เช่นการ การซ่อมแซมไฟล์ที่เสีย ก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูล แก้ปัญหา Bad Sector ฯลฯ ดังนี้เราควรทราบคำสั่งบางคำสั่งที่จำเป็นไว้บ้างเพื ่อนำไปใช้งานในยามฉุกเฉิน
Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบ บปฎิบัติการดอสเป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่ านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการดอสจะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งา น
CD คำสั่งเข้า-ออก ในไดเร็คทอรี่
CD (Change Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่ในโหมดดอส เช่น ถ้าต้องการรัน คำสั่งเกมส์ที่เล่นในโหมดดอส ซึ่งอยู่ในไดเร็คทอรี MBK ก็ต้องเข้าไปในไดเร็คทอรีดังกล่าวเสี่ยก่อนจึงจะรันค ำสั่งเปิดโปรแกรมเกมส์ได้
รูปแบบคำสั่ง
CD [drive :] [path]
CD[..]
เมื่อเข้าไปในไดเร็คทอรีใดก็ตาม แล้วต้องการออกจากไดเร็คทอรีนั้น ก็เพียงใช้คำสั่ง CD\ เท่านั้นแต่ถ้าเข้าไปในไดเร็คทอรีย่อยหลาย ๆ ไดเร็คทอรี ถ้าต้องการออกมาที่ไดรว์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้ใช้คำสั่ง CD\ เพราะคำสั่ง CD.. จะเป็นการออกจากไดเร็คทอรีได้เพียงลำดับเดียวเท่านั้ น
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
CD\
กลับไปที่ Root ระดับสูงสุด เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\>docs\data> หลังจากใช้คำสั่งนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ C:\ >
CD..
กลับไปหนึ่งไดเร็คทอรี เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\windows\command> หลังจากนั้น ใช้คำสั่งนี้ก็จะก็จะย้อนกลับไปที่ C:\windows>
CHKDSK (CHECK DISK) คำสั่งตรวจเช็คพื้นที่ดิสก์
CHKDSK เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยความจำ และการใช้งานดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ การรายงานผลของคำสั่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ไดเร็ คทอรี และ FAT ของดิสก์ หรือไฟล์ เพื่อหาข้อมผิดพลาดของการเก็บบันทึก ถ้า CHKDSK พบว่ามี Lost Cluster จะยังไม่แก้ไขใด ๆ นอกจากจะใช้สวิตซ์ /f กำหนดให้ทำการเปลี่ยน Lost Cluster ให้เป็นไฟล์ที่มีชื่อไฟล์เป็น FILE0000.CHK ถ้าพบมากว่า 1 ไฟล์ อันต่อไปจะเป็น FILE0002.CHK ไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถรายงานปัญหาที่ตรวจพบได้อีก อย่างเช่น จำนวน Bad Sector , Cross-ling Cluster (หมายถึง Cluster ที่มีไฟล์มากกว่าหนึ่งไฟล์แสดงความเป็นเจ้าของ แต่ข้อมูลใน Cluster จะเป็นของไฟล์ได้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น)
รูปแบบคำสั่ง
CHKDSK [drive:][[path]filename] [/F] [/V]
[drive:][path] กำหนดไดรว์ และไดเร็ทอรีที่ต้องการตรวบสอบ
filename ชื่อไฟล์ที่ต้องการให้ตรวจสอบ
/F สั่งให้ Fixes Errors ทันทีที่ตรวจพบ
/V ขณะที่กำลังตรวจสอบ ให้แสดงชื่อไฟล์และตำแหน่งของดิสก์บนหน้าจอด้วย
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\WINDOWS>CHKDSK D: ตรวจสอบข้อมูลการใช้งานดิสก์ในไดรว์ D
C:\>CHKDSK C: /F ตรวจสอบ ไดรว์ C พร้อมกับซ่อมแซมถ้าตรวจเจอปัญหา
COPY คำสั่งคัดลอกไฟล์
Copy เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ จากไดเร็คทอรีหนึ่งไปยังไดเร็คทอรีที่ต้องการ คำสั่งนี้มีประโยชน์มากควรหัดใช้ให้เป็น เพราะสามารถคัดลอกไฟล์ได้ยามที่ Windows มีปัญหา
รูปแบบคำสั่ง
COPY [Source] [Destination]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\COPY A:README.TXT คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ A ไปยังไดรว์ C
C:\COPY README.TXT A: คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ C ไปยังไดรว์ A
C:\INFO\COPY A:*.* คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C
A:\COPY *.* C:INFO คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C
DIR คำสั่งแสดงไฟล์และไดเร็คทอรีย่อย
เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงรายชื่อไฟล์และไดเร็คทอรี คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ต้องใช้อยู่เป็นประ จำ เพื่อจะได้รู้ว่าในไดรว์หรือไดเร็คทอรีนั้น ๆ มีไฟล์หรือไดเร็คทอรีอะไรอยู่บ้าง
รูปแบบคำสั่ง
DIR /P /W
/P แสดงผลทีละหน้า
/W แสดงในแนวนอนของจอภาพ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>DIR ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C
C:\>DIR /W ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C ในแนวนอน
C:\>INFO\DIR /P ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีย่อยในไดเร็คทอรี INFO โดยแสดงทีละหน้า
C:\>INFO\DIR *.TEX ให้แสดงรายชื่อไฟล์ทั้งหมดในไดเร็คทอรี INFO เฉพาะที่มีนามสกุล TXT เท่านั้น
C:\> DIR BO?.DOC ให้แสดงรายชื่อไฟล์ในไดรว์ C ที่ขึ้นต้นด้วย BO และมีนามสกุล DOC ในตำแหน่ง ? จะเป็นอะไรก็ได้
DEL (DELETE) คำสั่งลบไฟล์
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการลบไฟล์ ซึ่งต้องระมัดระวังในการใช้คำสั่งนี้ให้มาก
รูปแบบคำสั่ง
DEL [ชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>DEL BOS.VSD ลบไฟล์ในไดรว์ C ที่ชื่อ BOS.VSD
C:\>PROJECT\DEL JOB.XLS ลบไฟล์ชื่อ JOB.XLS ที่อยู่ในไดเร็คทอรี PROJEC ของไดรว์ C
D:\>DEL *.TXT ลบทุกไฟล์ที่มีนามสกุล TXT ในไดรว์ D
FDISK ( Fixed Disk)
เป็นไฟล์โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการกับพาร์ติชั่นของฮา ร์ดิสก์ ใช้ในการสร้าง ลบ กำหนดไดรว์ ที่ทำหน้าที่บูตเครื่อง แสดงรายละเอียดของพาร์ติชันบนฮาร์ดิสก์ จะเห็นว่าเป็นโปรแกรมอีกตัวหนึ่งที่ต้องทำความรู้จัก และศึกษาวิธีใช้งาน เพราะสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้าง ฮาร์ดดิสก์ให้มีหลาย ๆ ไดรว์ก็ได้
รูปแบบคำสั่ง
FDISK /STATUS
ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรม
A:>\FDISK เริ่มใช้งานโปรแกรม
A:\>FDISK /STATUS แสดงข้อมุลเกี่ยวกับพาร์ติชันบนฮาร์ดดิสก์
FORMAT คำสั่งฟอร์แมตเครื่อง
เป็นคำสั่งใช้จัดรูปแบบของดิสก์ใหม่ คำสั่งนี้ปกติจะใช้หลังการแบ่งพาร์ชันด้วยคำสั่ง FDISK เพื่อให้สามารถใช้งานฮาร์ดดดดิสก์ได้ หรือฝช้ล้างข้อมูลกรณีต้องการเคลียร์ข้อมูลทั้งหมดใน ฮาร์ดิสก์
รูปแบบคำสั่ง
FORMAT drive: [/switches]
/Q ให้ฟอร์แมตแบบเร็ว ซึ่งจะใช้เวลาน้อยลง (Quick Format)
/S หลังฟอร์แมตแล้วให้คัดลอกไฟล์ระบบลงไปในไดรว์นั้นด้ว ย เพื่อให้ไดรว์ที่ทำการฟอร์แมตสามารถบูตได้
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
A:\>FORMAT C: /S ฟอร์แมตไดรว์ C แล้วให้คัดลอกไฟล์ระบบลงไปในไดรว์ด้วย
C:\>FORMAT A: /Q ฟอร์แมตไดรว์ A แบบ Quick Format
MD คำสั่งสร้างไดเร็คทอรี
MD (Make Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการสร้างไดเร็คทอรี คำสั่งนี้จะช่วยให้สามารถสร้างไดเร็คทอรีชื่ออะไรก็ไ ด้ที่เราต้องการ แต่ต้องมีการตั้งชื่อที่อยู่ในกฎเกณฑ์ของ Dos
รูปแบบคำสั่ง
MD [drive:] path
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
D:\> MD TEST สร้างไดเร็คทอรี TEST ขึ้นมาในไดรว์ D
D:\>DOC\MD TEST สร้างไดเร็คทอรีที่ชื่อ TEST ขึ้นมาภายในไดเร็คทอรี DOC
REN (RENAME) คำสั่งเปลี่ยนชื่อไฟล์
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อไฟล์ และส่วนขยาย โดยคำสั่ง REN นี้ไม่สามารถใช้เปลี่ยนชื่อไดเร็คทอรีได้
รูปแบบคำสั่ง
REN [ชื่อไฟล์เดิมล [ชื่อไฟล์ใหม่]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\REN BOS.DOC ANN.DOC เปลี่ยนชื่อไฟล์ BOS.DOC ในไดรว์ C เป็น ANN.DOC
C:\REN C:\MAYA\BOS.DOC PEE.DOC เปลี่ยนชื่อไฟล์ BOS.DOC ในไดเร็คทอรี MAYA ให้เป็น PEE.DOC
C:\REN A:*.*TEX *.OLD เปลี่ยนส่วนขยายของไฟล์ชนิด TXT ทุกไฟล์ในไดรว์ A ให้เป็น OLD
SCANDISK
คำสั่ง SCANDISK เป็นคำสั่งตรวจสอบพื่นที่ฮาร์ดดิสก์ สามารถใช้ในการตรวบสอบปัญหาต่าง ๆ ได้ และเมื่อ SCANDISK ตรวจพบปํญหา จะมีทางเลือกให้ 3 ทางคือ FIX IT , Don't Fix IT และ More Info ถ้าไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นให้เลือก More Info เพื่อขอข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจต่อไป
ถ้าเลือก FIX IT จะเป็นการสั่งให้ Scandisk ทำการแก้ไขปัญหาที่พบ ถ้าการซ่อมแซมสำเร็จโปรแกรมจะมีรายงานที่จอภาพให้ทรา บ ส่วน Don't Fix IT คือให้ข้ามปัญหาที่พบไปโดยไม่ต้องทำการแก้ไข
รูปแบบคำสั่ง
SCANDISK [Drive:]/AUTOFIX
/AUTOFIX ให้แก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
A:\>SCANDISK C: ทำการตรวจสอบปัญหาในไดรว์ C
A:\>SCANDISK D:/AUTOFIX ทำการตรวจสอบปัญหาในไดรว์ D และแก้ไขอัตโนมัติ
Type คำสั่งดูข้อมูลในไฟล์
Type เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงเนื้อหาภายในไฟล์บนจอภาพ คำสั่งนี้จะใช้ได้กับไฟล์แบบ Text ส่วนไฟล์โปรแกรมต่าง ๆ จะไม่สามารถอ่านได้
รูปแบบคำสั่ง
TYPE [ชื่อไฟล์ที่ต้องการอ่าน]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>Type AUTOEXEC.BAT แสดงเนื้อหาภายในไฟล์ AUTOEXEC.BAT
C:\>NORTON\TYPE README.TXT แสดงเนื้อหาภายในไฟล์ README.TXT ในไดเร็คทอรี NORTON
XCOPY คำสั่งคัดลอกทั้งไดเร็คทอรีและทั้งหมดในไดเร็คทอรี
XCOPY เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ได้เหมือนคำสั่ง COPY แต่ทำงานได้เร็วกว่า และสามารถคัดลอก ได้ทั้งไดเร็คทอรีและไดเร็คทอรีย่อย
รูปแบบคำสั่ง
XCOPY [ต้นทาง] [ปลายทาง] /S /E
/E ให้คัดลอกไดเร็คทอรีย่อยทั้งหมดรวมถึงไดเร็คทอรีย่อย ที่ว่างเปล่าด้วย
/S ให้คัดลอกไดเร็คทอรีย่อยที่ไม่ว่างเปล่าทั้งหมด
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>XCOPY BACKUP F: /S /E คัดลอกทุกไฟล์และทุกไดเร็คทอรีย่อย BACKUP ไปไว้ในไดรว์ F
C:\>PRINCE>XCOPY *.VSD A: คัดลอกทุกไฟล์ที่มีนามสกุล VSD ในไดเร็คทอรี PRINCE ไปที่ไดรว์ A
ข้อความแจ้งปัญหาในดอส
ในการทำงานบนดอสบางครั้งก็เกิดปัญหาได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งการเกิดปัญหาแต่ละครั้งก็จะมีข้อความแจ้งให้ทราบ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุจากอะไร ต่อไปนี้เป็นข้อความแจ้งปัญหาที่มักพบได้บ่อย ๆ มีดังนี้
Abort, Retry, Fail ?
จะพบได้ในการณีที่ไดรว์ไม่มีแผ่นดิสก์อยุ่แล้วเรียกใ ช้ข้อมูลจากไดรว์นั้น การแก้ไขก็นำแผ่นดิสก์ที่ต้องการใช้มาใส่เข้าไป
กดปุ่ม < R > (Retry) : การทำงานจะทำต่อจากงานที่ค้างอยู่ก่อนเกิดความผิดพลา ด
กดปุ่ม < A > (Abort) : รอรับคำสั่งจะไปอยู่ในไดรว์ที่สั่งงานล่าสุด
กดปุ่ม < F > (Fail) : เมื่อต้องการยกเลิกการทำงาน และเปลี่ยนไดรว์ใหม่
Bad Command or file name : ใช้คำสั่งผิดหรือไฟล์ที่เรียกใช้งานนั้นไม่สามารถเรี ยกใช้ได้ การแก้ไข ตรวจสอบบรรทัดคำสั่งว่าถูกต้องหรือไม่ เช่น พิมพ์คำสั่งหรือชื่อไฟล์ถูกต้องหรือไม่ แล้วลองรันคำสั่งดูใหม่อีกครั้ง อาจเกี่ยวข้องกับเวอร์ชันของดอสไม่มีคำสั่งนั้นก็ได้
File not found : ไม่สามารถหาไฟล์นั้นพบ อาจไม่มีไฟล์นั้น หรืออาจพิมพ์ชื่อไฟล์นั้นนผิดจากที่ต้องการ นอกจากนี้อาจเกิดจากพาธ (Path) ที่สั่งงานไม่มีไฟล์นั้น
Insufficient memory หรือ Out of memory Insufficient memory : หน่วยความจำไม่พอต่อความต้องการของโปรแกรม
Out of memory : โปรแกรมเริ่มทำงานไปแล้วบางส่วนแล้วหน่วยความจำไม่พอ ระบบจึงต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ
Directory already exits : เกิดขึ้นเมื่อสร้างไดเร็คทอรีแล้วไปซ้ำกับซื่อที่มีอ ยู่แล้วในพาธเดียวกัน
Duplicate file ot file not found : ถ้าเปลี่ยนชื่อไฟล์ไปซ้ำกับชื่อที่มีอยู่จะทำไม่ได้แ ละจะแจ้งเตือนดังข้อความดังกล่าว
InSufficient Disk space : ข้อความนี้จะเกิดขึ้นเมื่อดิสก์ไม่เพียงพอต่อการเก็บ ข้อมูล วิธีแก้ ลองใช้ดิสก์อื่นหรือลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ออก
IPCONFIG
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบค่า IP address ของเครื่อง รวมถึงค่า subnet mask,DNS Server ที่ใช้งาน Default Gateway ด้วย
PING
เป็นคำสั่งที่ใช้ตรวจสอบการเชื่อมต่อและความคับคั่งข องเครือข่าย โดยคำสั่งจะส่งข้อมูลเล็กๆไปยังปลายทางที่ระบุ ถ้าตัวเลขมากแสดงว่าเครื่อข่ายมีความคับคั่งสูง(ข้อม ูลเดินทางได้ช้า)
TRACERT
ย่อมาจากคำว่า traceroute ซึ่งเป็นคำสั่งบน UNIX โดยไมโครซอฟนำมาเปลี่ยนชื่อเพื่อไม่ให้ยาวเกิน 8 ตัวอักษร(เป็นข้อจำกัดของDos) คำสั่งนี้จะใช้ในการตรวจสอบว่าข้อมูลที่ส่งจากต้นทาง ไปยังปลายทางนั้นผ่านเราเตอร์(R
outer)ตัวใดบ้าง
การใช้งานเช่น
- tracert citecclub.org
- tracert 61.19.248.246
TELNET
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการรีโมตไปยังเครื่องเซิฟเวอร์และ ได้ Shell Command เพื่อใช้ในการเข้าถึงตามสิทธิ์ที่ผู้ดูแลระบบได้กำหน ดไว้ จะต้องใส่ Username และ Password ให้ถูกต้อง นอกจากนั้น telnet ยังเป็นคำสั่งที่ใช้ในการเชื่อมต่อ TCP/IP กับ Port หมายเลขที่ระบุได้ เช่น telnet citecclub.org 80 เพื่อตรวจสอบเวอชั่นของ Web Server
FTP
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องลูกข ่ายและเครื่องแม่ข่าย(Server)โด
ยส่วมมากจะเรียกใช้คำสั่ง ftp บนเครื่องลูกข่ายแล้วทำการคอนเน็กไปยังเครื่องserver ที่เปิดบริการ ftp server จากนั้นก็ทำการส่งถ่ายข้อมูลต่างๆเช่น เพื่อทำการคัดลอกไฟล์ข้อมูลที่อยู่บนเครื่องserver มาเก็บไว้บนเครื่องลูก (เรียกว่าftp download) หรือการใช้คำสั่ง put เพื่อคัดลอกไฟล์ที่อยู่บนเครื่องลูกไปไว้บนเครื่องse rver(เรียกว่า ftp upload)
TFTP
เป็นกระบวนการรับส่งไฟล์ที่เรียบง่ายกว่า FTP ทั่วไป โดยใช้กลไกการสื่อสารแบบ UDP ( User Datagram Protocal ) ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ทำงานแบบ Connectionless ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใส่รหัสหรือ Password แต่จะทำได้เพียงโอนข้อมูลที่จัดเตรียมไว้แล้วเท่านั้ น แต่จะไม่มีฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น การแสดงรายชื่อไฟล์ การเปลี่ยนไดเร็คทอรี
SUBST
ใช้เพื่อการทำ Map Drive ใช้คำสั่ง subst แล้วตามด้วยชื่อ Directory ที่ต้องการแมป แล้วตมด้วยอักษรเพื่อระบุ Drive ปละเครื่องหมายโคลอน (smile.gif
เช่น
- subst H: C:\Game\CnC-ZH
หรือว่าจะเข้าไปในdirectoryก่อน
เช่น
- c:\Game>subst H: CnC-ZH
การยกเลิก
subst ตามด้วยแมปไดร์แล้วใส่พารามิเตอร์ /D
เช่น
- subst H: /D
NSLOOKUP
ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ DNS เช่น ตรวจสอบการแปลงจาก Domain Name ไปเป็น IP address เป็นต้น การใช้งานคือการพิมพ์คำว่า nslookup แล้วกด Enter Unhidden
พารามิเตอร์ที่ใช้บ่อยได้แก่
SET TYPE=MX เพื่อใช้ในการตรวจหาชื่อโดเมนของเครื่องที่ทำหน้าที่ เป็นmail server สำหรับโดเมนนั้น
การใช้งานพิมพ์คำว่า
set type=MX กด Enter แล้วตามด้วยโดเมนเนม
เช่น
- C:\>nslookup ------->Enter
Default server: XXXXXXXXXX
Address: xxx.xxx.xxx.xxx
>set type=mx ------------->Enter
> ชื่อโดเมน
-------------------------------------------------
SET TYPE=A ใช้เพื่อตรวจหาค่าIP Address สำหรับชื่อโดเมนเนมที่เราระบุการใช้งาน เช่น พิมพ์ว่า set type=a กด Enter แล้วพิมพ์ชื่อโดเมนเนมที่ต้องการตรวจสอบ แล้วกดEnter โปรแกรมก็จะรายงานผลออกมา ถ้าพิมพ์IP Address ลงไป โปรแกรมจะทำการแปลง IP เป็นโดเมนแทน
Exit ใช้ในการออกโปรแกรม
ROUTE
ใช้เพื่อตรวจสอบและคอนฟิกค่าในตารางเราเตอร์ (Router Table)Unhidden
พารามิเตอร์ที่มักจะใช้บ่อยๆคือ
ROUTE PRINT เพื่อแสดงค่าในตารางเราต์
ROUTE ADD เพื่อเพิ่มค่าเข้าไปในตารางเราต์ เช่น route add 200.100.23.0
mask 255.255.255.0 200.100.22.254 เพื่อเป็นการบอกว่า ถ้าได้รับ Packet ที่ต้องการไปยังเน็ตเวิก 200.100.23.0/24 ให้วิ่งผ่านไปยังเส้นทาง 100.22.22.254
ROUTE DELETE เพื่อลบค่าในตารางเราต์ เช่น route delete 200.100.23.0 mask 255.255.255.0 เป็นต้น
ROUTE -P ADD เพื่อเพิ่มค่าเข้าไปในตารางเราต์อย่างถาวร คือเมื่อทำการรีสตาร์ทใหม่ค่าตารางเราต์ที่เพิ่มด้วย พารามิเตอร์- pจะไม่หายไป(ตารางเราต์ที่เพิ่มเข้าไปใหม่ด้วยวิธีปก ติจะหายไปถ้าทำการรีสตาร์ทเครื่
องใหม่) วิธีใช้งาน อย่างเช่น route -ย ฟกก 200.100.23.0 mask 255.255.255.0 200.100.20.1
NETSTAT
เป็นคำสั่งที่ใว้ตรวจสอบว่ากำลังเชื่อมต่อTCP,UTPอยู ่กับใครกับเครื่องใดบ้างและเครื
่องใดกำลัง listen อยู่ พารามิเตอร์ที่ใช้บ่อยได้แก่
NETSTAT -A แสดงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น TCP,UTP สถานะ listen สถานะ Establish และอื่นๆ
NETSTST -N แสดงเป็นตัวเลข โดยไม่ต้องทำการค้นหาชื่อโดเมนของ IP และชื่อประจำหมายเลขของเซอร์วิส
NETSTAT -parameter | STRFIND string เพื่อใช้ค้นหาคำที่อยู่ในตารางผลลัพธ์ เช่น netstat -na | findstr 80 เพื่อใชในการตรวจสอบเกี่ยวกับเซอร์วิสของ Web Server
นายเทอดพงษ์ มณีวงษ์ วิชา ระบบปฎิบัติการ ปวส.2 sbac
วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
งานบทที่ 1
1.)ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์คืออะไร
ตอบ.
ระบบปฏิบัติการเป็นโปรแกรมควบคุมการทำงาน (ควบคุมการRun) ของโปรแกรมประยุกต์ ทำหน้าที่
โต้ตอบและเป็นสื่อกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์และฮาร์ดแวร์ (Hardware)
ระบบปฏิบัติการ (Operating System :OS) เป็นซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องและอุปกรณ์ ควบคุมและสั่งการให้ Hardware สามารถทำงานได้ เช่น ทำหน้าที่ในการตรวจเช็คอุปกรณ์ Keyboard ขณะเปิดเครื่อง ถ้าผู้ใช้ลืมเสียบสาย Keyboard ที่ port ด้านหลังของเครื่อง ขณะที่ซอฟต์แวร์ระบบตรวจสอบแล้วไม่พบอุปกรณ์เชื่อมต่อดังกล่าว จะมีข้อความแจ้งเตือนความผิดพลาด “Keyboard Error” นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมการทำงานระหว่าง User ในการใช้โปรแกรมประยุกต์ ( Application Software) ของ user กับระบบเครื่องฯ อำนวยความสะดวกในการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิ์ภาพของระบบ
2.)ให้บอกคุณสมบัติเด่นของระบบปฏิบัติการแบบหลายโปรแกรม
ตอบ.
โปรแกรมปฏิบัติการ Windows XP
การพัฒนาการของ Windows นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของ Micrsoft ที่มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการที่น่าใช้งานมากตัวหนึ่งWindows XP ได้ถือกำหนดใหม่ขึ้นมา โดยนำความสามารถของ Windows รุ่นก่อน ๆ เช่น 98, Me และ 2000 เข้าด้วยกัน โดยมีรหัสในการเริ่มการพัฒนาว่า "Whistler" จุดเด่นหลักของของ Windows XP นี้ นอกเหนือจากรูปลักษณ์หน้าตาที่สวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติเด่น ๆ อีก เช่น การใช้งานร่วมกันหลาย ๆ คนในเครื่องเดียวกัน โดยสามารถกำหนดรหัสผ่าน และกำหนดสภาพแวดล้อมที่ต่างกันได้
การติดต่อกับผู้ใช้ของระบบปฏิบัติการ Windows ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นระบบปฏิบัติการ ที่มีส่วนติดต่อแบบกราฟิก (Graphical Interface) ด้วยรูปไอคอน ปุ่มและองค์ประกอบต่างๆที่มีสีสันสวยงาม ซึ่งวินโดว์ 3.x อาจจะถือได้ว่าเป็นระบบ GUI ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในตระกูลแมคอินทอชได้ใช้มาก่อน
3.คุณสมบัติของระบบปฏิบัติการแบบโปรแกรมเดียวกับแบบหลายโปรแกรมมีคุณสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ.ซอฟต์แวร์เป็นคำทั่วไปที่ใช้กล่าวถึงโปรแกรมหลายชนิดที่ใช้ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์และ อาจเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์(คำว่าฮาร์ดแวร์ใช้อธิบายถึงคอมพิวเตอร์ในด้านกายภาพและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง)
เราอาจจะนึกถึงซอฟต์แวร์ในแง่ของคอมพิวเตอร์ในส่วนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้(updatable) และฮาร์ดแวร์ในแง่ของคอมพิวเตอร์ในส่วนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ซอฟต์แวร์, บ่อยครั้งมีการแบ่งเป็น แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์(โปรแกรมซึ่งปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้โดยตรง) และ ซอฟต์แวร์ระบบ(ประกอบไปด้วย ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอะไรก็ตามแต่ที่สนับสนุนการทำงานของแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์) สำหรับคำว่า middleware บางครั้งใช้ในการอธิบายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์ระบบ หรือ ระหว่างแอปพลิเคชั่นต่างชนิดกัน (ยกตัวอย่าง การร้องขอการทำงานระยะไกลจากแอปพลิเคชั่นซึ่งอยู่บนระบบปฏิการชนิดหนึ่งไปสู่แอปพลิเคชั่นซึ่งรันอยู่บนระบบปฏิบัติการอีกชนิดหนึ่ง)
สำหรับกลุ่มของซอฟต์แวร์ไม่สามารถจะจัดเข้ากลุ่มใดๆได้นั้นเรียกว่า ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์(utility) ซึ่งเป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่มีประโยชน์ ยูทิลิตี้บางตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ เช่นเดียวกับแอปพลิเคชั่น ยูทิลิตี้สามารถจะติดตั้งได้อย่างอิสระและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ
ซอฟต์แวร์ยังแบ่งได้อีกหลายชนิดเช่น shareware (ส่วนมากจะต้องซื้อเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทดลองใช้), liteware(แชร์แวร์ซึ่งมีการตัดความสามารถบางอย่างออกไป), freeware(ซอฟต์แวร์ฟรีแต่มีการจำกัดสิทธิ), public domain software(ฟรีและไม่มีข้อบังคับ) และ open source(ซอฟต์แวร์ที่มีการแจกจ่ายซอร์สโค้ดและใช้งานได้อย่างไม่จำกัดรวมทั้งสามารถปรับปรุงได้)
แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ทั่วๆไปมีดังนี้
- ซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ เช่น ตัวประมวลผลคำ(word processor), ตารางคำนวณ(spreadsheet) และเครื่องมือที่ใช้กันโดยผู้ใช้ส่วนใหญ่
– ซอฟต์แวร์นำเสนอ(presentation software)
– ซอฟต์แวร์กราฟฟิกส์ สำหรับนักออกแบบกราฟฟิกส์
– ซอฟต์แวร์ช่วยเหลือการออกแบบ CAD/CAM
– แอปพลิเคชั่นทางด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง
– ซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรม (ยกตัวอย่างเช่น ธนาคาร, ประกันภัย, ค้าปลีก และอุตสาหกรรมการผลิต)
ในทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคือชุดของคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติ ในคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ที่ จอห์น วอน นิวแมนน์ วางรูปแบบเอาไว้เมื่อปี 1945 โปรแกรมประกอบไปด้วยชุดของของสั่งที่ทำงานหนึ่งคำสั่งในหนึ่งหน่วยเวลา โดยทั่วไปโปรแกรมจะเก็บอยู่ในพื้นที่ของหน่วยเก็บข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะดึงคำสั่งมาทีละหนึ่งคำสั่งแล้วประมวลผลและดึงคำสั่งถัดไปมาทำงานเช่นนี้เป็นวงรอบ(cycle) หน่วยเก็บข้อมูลหรือหน่วยความจำสามารถเก็บข้อมูลซึ่งก็คือคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตาม(โปรแกรมคือชุดข้อมูลชนิดพิเศษที่บอกว่าจะปฏิบัติอย่างไรกับ แอปพลิเคชั่นหรือข้อมูลของผู้ใช้)
โปรแกรมสามารถแบ่งออกเป็นแบบปฏิสัมพันธ์(interactive) หรือชุดคำสั่ง(batch) ในเชิงของการโต้ตอบระหว่างคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้และความต่อเนื่องในการประมวลผล โปรแกรมแบบปฏิสัมพันธ์จะรับข้อมูลจากผู้ใช้(หรือจากโปรแกรมอื่นที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ใช้) โปรแกรมชุดคำสั่ง(batch) จะรันโปรแกรมและทำงานจนกระทั่งชุดของคำสั่งหมดจึงหยุดทำงาน โปรแกรมแบบชุดคำสั่งจะเริ่มทำงานโดยผู้ใช้สั่งให้โปรแกรมรัน ตัวแปลคำสั่ง(command interpreter) หรือเว็บบราวเซอร์เป็นตัวอย่างอย่างของระบบปฏิสัมพันธ์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้พิมพ์ข้อมูลเงินเดือนของพนักงานในบริษัทเป็นตัวอย่างหนึ่งของโปรแกรมชุดคำสั่ง(batch program) งานพิมพ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมชุดคำสั่งเมื่อคุณต้องการสร้างโปรแกรม คุณจะต้องเขียนมันโดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ ข้อความในแต่ละประโยคเรียกว่า "source program" จากนั้นคุณจะต้องคอมไพล์ ซอร์สโปรแกรม(ด้วยโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่าคอมไพล์เลอร์) และผลลัพธ์ที่ได้จะเรียกว่า object program (อย่าสับสนกับคำว่า object-orieted-programming) มีอีกสองคำที่ใช้เรียก object program ประกอบด้วย object module และ compiled program ภายใน object program จะประกอบไปด้วยชุดข้อความที่เป็นเลข 0 และ 1 เรียกว่า machine language ซึ่งเป็นภาษาที่โปรเซสเซอร์เข้าใจและสามารถสั่งให้โปรเซสเซอร์ประมวลผล
ภาษาเครื่องจักร(machine language) ของคอมพิวเตอร์จะสร้างขึ้นโดยคอมไพล์เลอร์ซึ่งเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์, สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์, รวมไปถึงชุดคำสั่งที่เป็นไปได้และความยาวของคำสั่ง(ในหน่วยบิต) ในแต่ละคำสั่งของโปรเซสเซอร์(machine instruction)
ข้อมูลจาก whatis.comจากข้อมูลข้างต้นอาจจะยากในการทำความเข้าใจ ถ้าจะอธิบายง่ายๆก็คือ program คือชุดคำสั่งซึ่งถูกเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอะไรสักอย่าง แต่เมื่อโปรแกรมถูกคอมไพล์แล้วจะกลายเป็น software ทันที ซึ่งซอฟต์แวร์ก็แบ่งเป็น system software และ application software ซึ่งซอฟต์แวร์พวกนี้จะอยู่ในหน่วยความจำหรือหน่วยเก็บข้อมูล ในขณะที่โปรแกรมอยู่ในไฟล์
4.ความหมายและวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการ
ตอบ. เมื่อวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆ เปลี่ยนไปเราต้องการกลุ่มโปรแกรมช่วยงานที่มีความสามารถสูงกว่าซีสเต็มซอฟต์แวร์ เช่น ช่วยจัดการแบ่งปันการใช้อุปกรณ์ หรือทรัพยากรต่างๆในระบบและควบคุมจังหวะการทำงานของโปรแกรมทั้งหลายที่กำลังรันอยู่เพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดขึ้นเป็นต้น และรวมเอาการทำงานในส่วนของซีสเต็มซอฟต์แวร์ไว้ในตัวโปรแกรมด้วย เราเรียกชื่อกลุ่มของโปรแกรมที่ช่วยจัดการให้การรันโปรแกรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และควบคุมการทำงานของเครื่องนี้ว่าระบบปฏิบัติการ (operating system) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า OS
ระบบปฏิบัติการหรือ OS นี้อาจจะเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ หรือเฟิร์มแวร์ (firmware) หรือผสมผสานกันก็ได้ โดยเป้าหมายการทำงานของ OS คือสามารถช่วยให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนที่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ ก็ สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ นั่นหมายถึงว่าถ้าเราไม่มี OS เราก็ไม่สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้ หรืออาจใช้ได้ด้วยความลำบาก
ตอบ.
ระบบปฏิบัติการเป็นโปรแกรมควบคุมการทำงาน (ควบคุมการRun) ของโปรแกรมประยุกต์ ทำหน้าที่
โต้ตอบและเป็นสื่อกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์และฮาร์ดแวร์ (Hardware)
ระบบปฏิบัติการ (Operating System :OS) เป็นซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องและอุปกรณ์ ควบคุมและสั่งการให้ Hardware สามารถทำงานได้ เช่น ทำหน้าที่ในการตรวจเช็คอุปกรณ์ Keyboard ขณะเปิดเครื่อง ถ้าผู้ใช้ลืมเสียบสาย Keyboard ที่ port ด้านหลังของเครื่อง ขณะที่ซอฟต์แวร์ระบบตรวจสอบแล้วไม่พบอุปกรณ์เชื่อมต่อดังกล่าว จะมีข้อความแจ้งเตือนความผิดพลาด “Keyboard Error” นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมการทำงานระหว่าง User ในการใช้โปรแกรมประยุกต์ ( Application Software) ของ user กับระบบเครื่องฯ อำนวยความสะดวกในการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิ์ภาพของระบบ
2.)ให้บอกคุณสมบัติเด่นของระบบปฏิบัติการแบบหลายโปรแกรม
ตอบ.
โปรแกรมปฏิบัติการ Windows XP
การพัฒนาการของ Windows นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของ Micrsoft ที่มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการที่น่าใช้งานมากตัวหนึ่งWindows XP ได้ถือกำหนดใหม่ขึ้นมา โดยนำความสามารถของ Windows รุ่นก่อน ๆ เช่น 98, Me และ 2000 เข้าด้วยกัน โดยมีรหัสในการเริ่มการพัฒนาว่า "Whistler" จุดเด่นหลักของของ Windows XP นี้ นอกเหนือจากรูปลักษณ์หน้าตาที่สวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติเด่น ๆ อีก เช่น การใช้งานร่วมกันหลาย ๆ คนในเครื่องเดียวกัน โดยสามารถกำหนดรหัสผ่าน และกำหนดสภาพแวดล้อมที่ต่างกันได้
การติดต่อกับผู้ใช้ของระบบปฏิบัติการ Windows ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นระบบปฏิบัติการ ที่มีส่วนติดต่อแบบกราฟิก (Graphical Interface) ด้วยรูปไอคอน ปุ่มและองค์ประกอบต่างๆที่มีสีสันสวยงาม ซึ่งวินโดว์ 3.x อาจจะถือได้ว่าเป็นระบบ GUI ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในตระกูลแมคอินทอชได้ใช้มาก่อน
3.คุณสมบัติของระบบปฏิบัติการแบบโปรแกรมเดียวกับแบบหลายโปรแกรมมีคุณสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ.ซอฟต์แวร์เป็นคำทั่วไปที่ใช้กล่าวถึงโปรแกรมหลายชนิดที่ใช้ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์และ อาจเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์(คำว่าฮาร์ดแวร์ใช้อธิบายถึงคอมพิวเตอร์ในด้านกายภาพและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง)
เราอาจจะนึกถึงซอฟต์แวร์ในแง่ของคอมพิวเตอร์ในส่วนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้(updatable) และฮาร์ดแวร์ในแง่ของคอมพิวเตอร์ในส่วนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ซอฟต์แวร์, บ่อยครั้งมีการแบ่งเป็น แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์(โปรแกรมซึ่งปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้โดยตรง) และ ซอฟต์แวร์ระบบ(ประกอบไปด้วย ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอะไรก็ตามแต่ที่สนับสนุนการทำงานของแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์) สำหรับคำว่า middleware บางครั้งใช้ในการอธิบายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์ระบบ หรือ ระหว่างแอปพลิเคชั่นต่างชนิดกัน (ยกตัวอย่าง การร้องขอการทำงานระยะไกลจากแอปพลิเคชั่นซึ่งอยู่บนระบบปฏิการชนิดหนึ่งไปสู่แอปพลิเคชั่นซึ่งรันอยู่บนระบบปฏิบัติการอีกชนิดหนึ่ง)
สำหรับกลุ่มของซอฟต์แวร์ไม่สามารถจะจัดเข้ากลุ่มใดๆได้นั้นเรียกว่า ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์(utility) ซึ่งเป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่มีประโยชน์ ยูทิลิตี้บางตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ เช่นเดียวกับแอปพลิเคชั่น ยูทิลิตี้สามารถจะติดตั้งได้อย่างอิสระและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ
ซอฟต์แวร์ยังแบ่งได้อีกหลายชนิดเช่น shareware (ส่วนมากจะต้องซื้อเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทดลองใช้), liteware(แชร์แวร์ซึ่งมีการตัดความสามารถบางอย่างออกไป), freeware(ซอฟต์แวร์ฟรีแต่มีการจำกัดสิทธิ), public domain software(ฟรีและไม่มีข้อบังคับ) และ open source(ซอฟต์แวร์ที่มีการแจกจ่ายซอร์สโค้ดและใช้งานได้อย่างไม่จำกัดรวมทั้งสามารถปรับปรุงได้)
แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ทั่วๆไปมีดังนี้
- ซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ เช่น ตัวประมวลผลคำ(word processor), ตารางคำนวณ(spreadsheet) และเครื่องมือที่ใช้กันโดยผู้ใช้ส่วนใหญ่
– ซอฟต์แวร์นำเสนอ(presentation software)
– ซอฟต์แวร์กราฟฟิกส์ สำหรับนักออกแบบกราฟฟิกส์
– ซอฟต์แวร์ช่วยเหลือการออกแบบ CAD/CAM
– แอปพลิเคชั่นทางด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง
– ซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรม (ยกตัวอย่างเช่น ธนาคาร, ประกันภัย, ค้าปลีก และอุตสาหกรรมการผลิต)
ในทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคือชุดของคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติ ในคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ที่ จอห์น วอน นิวแมนน์ วางรูปแบบเอาไว้เมื่อปี 1945 โปรแกรมประกอบไปด้วยชุดของของสั่งที่ทำงานหนึ่งคำสั่งในหนึ่งหน่วยเวลา โดยทั่วไปโปรแกรมจะเก็บอยู่ในพื้นที่ของหน่วยเก็บข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะดึงคำสั่งมาทีละหนึ่งคำสั่งแล้วประมวลผลและดึงคำสั่งถัดไปมาทำงานเช่นนี้เป็นวงรอบ(cycle) หน่วยเก็บข้อมูลหรือหน่วยความจำสามารถเก็บข้อมูลซึ่งก็คือคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตาม(โปรแกรมคือชุดข้อมูลชนิดพิเศษที่บอกว่าจะปฏิบัติอย่างไรกับ แอปพลิเคชั่นหรือข้อมูลของผู้ใช้)
โปรแกรมสามารถแบ่งออกเป็นแบบปฏิสัมพันธ์(interactive) หรือชุดคำสั่ง(batch) ในเชิงของการโต้ตอบระหว่างคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้และความต่อเนื่องในการประมวลผล โปรแกรมแบบปฏิสัมพันธ์จะรับข้อมูลจากผู้ใช้(หรือจากโปรแกรมอื่นที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ใช้) โปรแกรมชุดคำสั่ง(batch) จะรันโปรแกรมและทำงานจนกระทั่งชุดของคำสั่งหมดจึงหยุดทำงาน โปรแกรมแบบชุดคำสั่งจะเริ่มทำงานโดยผู้ใช้สั่งให้โปรแกรมรัน ตัวแปลคำสั่ง(command interpreter) หรือเว็บบราวเซอร์เป็นตัวอย่างอย่างของระบบปฏิสัมพันธ์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้พิมพ์ข้อมูลเงินเดือนของพนักงานในบริษัทเป็นตัวอย่างหนึ่งของโปรแกรมชุดคำสั่ง(batch program) งานพิมพ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมชุดคำสั่งเมื่อคุณต้องการสร้างโปรแกรม คุณจะต้องเขียนมันโดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ ข้อความในแต่ละประโยคเรียกว่า "source program" จากนั้นคุณจะต้องคอมไพล์ ซอร์สโปรแกรม(ด้วยโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่าคอมไพล์เลอร์) และผลลัพธ์ที่ได้จะเรียกว่า object program (อย่าสับสนกับคำว่า object-orieted-programming) มีอีกสองคำที่ใช้เรียก object program ประกอบด้วย object module และ compiled program ภายใน object program จะประกอบไปด้วยชุดข้อความที่เป็นเลข 0 และ 1 เรียกว่า machine language ซึ่งเป็นภาษาที่โปรเซสเซอร์เข้าใจและสามารถสั่งให้โปรเซสเซอร์ประมวลผล
ภาษาเครื่องจักร(machine language) ของคอมพิวเตอร์จะสร้างขึ้นโดยคอมไพล์เลอร์ซึ่งเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์, สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์, รวมไปถึงชุดคำสั่งที่เป็นไปได้และความยาวของคำสั่ง(ในหน่วยบิต) ในแต่ละคำสั่งของโปรเซสเซอร์(machine instruction)
ข้อมูลจาก whatis.comจากข้อมูลข้างต้นอาจจะยากในการทำความเข้าใจ ถ้าจะอธิบายง่ายๆก็คือ program คือชุดคำสั่งซึ่งถูกเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอะไรสักอย่าง แต่เมื่อโปรแกรมถูกคอมไพล์แล้วจะกลายเป็น software ทันที ซึ่งซอฟต์แวร์ก็แบ่งเป็น system software และ application software ซึ่งซอฟต์แวร์พวกนี้จะอยู่ในหน่วยความจำหรือหน่วยเก็บข้อมูล ในขณะที่โปรแกรมอยู่ในไฟล์
4.ความหมายและวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการ
ตอบ. เมื่อวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆ เปลี่ยนไปเราต้องการกลุ่มโปรแกรมช่วยงานที่มีความสามารถสูงกว่าซีสเต็มซอฟต์แวร์ เช่น ช่วยจัดการแบ่งปันการใช้อุปกรณ์ หรือทรัพยากรต่างๆในระบบและควบคุมจังหวะการทำงานของโปรแกรมทั้งหลายที่กำลังรันอยู่เพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดขึ้นเป็นต้น และรวมเอาการทำงานในส่วนของซีสเต็มซอฟต์แวร์ไว้ในตัวโปรแกรมด้วย เราเรียกชื่อกลุ่มของโปรแกรมที่ช่วยจัดการให้การรันโปรแกรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และควบคุมการทำงานของเครื่องนี้ว่าระบบปฏิบัติการ (operating system) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า OS
ระบบปฏิบัติการหรือ OS นี้อาจจะเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ หรือเฟิร์มแวร์ (firmware) หรือผสมผสานกันก็ได้ โดยเป้าหมายการทำงานของ OS คือสามารถช่วยให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนที่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ ก็ สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ นั่นหมายถึงว่าถ้าเราไม่มี OS เราก็ไม่สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้ หรืออาจใช้ได้ด้วยความลำบาก
ซอฟต์แวร์ OS จะหมายถึง OS ที่เป็นโปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับฮาร์ดแวร์ OS ก็จะเป็น OS ที่ถูกสร้างขึ้นจากอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์ดแวร์ของเครื่องด้วย มีหน้าที่เช่นเดียวกัน แต่เหตุผลในการสร้างฮาร์ดแวร์ OS ก็เพราะมันสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าซอฟต์แวร์ OS แต่ฮาร์ดแวร์ OS ก็มีข้อเสียคือ การปรับปรุงแก้ไข OS นั้นยุ่งยากอาจทำไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีราคาแพงอีกด้วยบางครั้งการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ OS อาจหมายถึง การสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้น OS ทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ OS เนื่องจากสามารถปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่มีอยู่ได้ง่าย สำหรับในหนังสือเล่มนี้ถ้ากล่าวถึง OS แล้วโดยมากจะเป็นซอฟต์แวร์ OS
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)